
กฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจซ่อมบำรุงรักษารถยนต์แล้ว ประชาชนที่ใช้บริการจะคำนึงถึงปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานของสถานบริการและช่าง การไม่ได้รับข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ การคิดราคาอะไหล่แพงเกินความจริง และการเปลี่ยนอะไหล่ที่มีคุณภาพต่ำเป็นที่ทราบกันดีว่าตลาดรถยนต์ในแต่ละปีมีการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ และในไม่ช้านี้มีแนวโน้มว่าจะมียอดทะลุถึง 1.6 ล้านคันต่อปี นั่นยอมส่งผลดีต่อธุรกิจยานยนต์ ไม่เว้นแม้แต่การเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ เนื่องจากว่ามีกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องการจะเปิดอู่เป็นของตัวเอง เพื่อรองรับกับอุตสาหกรรมด้านนี้แน่นอนว่า คำถามต่างๆย่อมตามมาว่า การเปิดอู่ซ่อมรถยนต์มีความยุ่งยากไหม และถ้าอยากจดทะเบียนพาณิชย์แต่ไม่ทราบรายละเอียดจะต้องทำอย่างไรทีมข่าว Auto Service ได้นำบทความเล็กๆน้อยๆมาฝากว่า การเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ต้องดำเนินการอย่างไร
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ให้เหตุผลว่า การเปิดอู่ซ่อมรถเป็นงานบริการไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ท่านสามารถประกอบกิจการได้เลย โดย พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์กำหนดไว้ว่า ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าอย่างเดียว หรือหลายอย่าง คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป เข้าข่ายเป็นพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ รายละเอียดเกี่ยวกับการจดทะเบียนและหลักฐานประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์นั้น สอบถามโดยตรงได้ที่
– สำนักงานเศรษฐกิจการคลังกรุงเทพมหานครหรือที่สำนักงานเขตทุกเขต และไปดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขตตามพื้นที่ร้านค้าที่ตั้งอยู่
– ต่างจังหวัดให้ติดต่อสอบถามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตามจังหวัดที่ตั้งของร้านค้า
หากประกอบกิจการซ่อมรถเพียงอย่างเดียว ไม่เข้าข่ายที่จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่หากประกอบกิจการซ่อมรถและมีสินค้าจำหน่ายในร้าน ถือว่ามีการซื้อขายสินค้าและเข้าข่ายต้องมาจดทะเบียนพาณิชย์ในส่วนของการจำหน่ายเท่านั้น หากร้านตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครสามารถไปจดทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ตามที่ร้านตั้งอยู่ และหากอยู่ต่างจังหวัดสามารถไปจดทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตามที่ร้านตั้งอยู่
วิธีเลือกใช้บริการซ่อมรถยนต์

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ การตรวจสอบและซ่อมบำรุงเป็นสิ่งที่สำคัญ และการที่สถานที่จะไปใช้บริการก็เป็นสิ่งที่สำคัญ วันนี้เรามีวิธีเลือกใช้บริการมาให้ท่านได้เลือกใช้บริการ
วันหนึ่งเมื่อพบว่ารถยนต์คู่ใจของคุณเกิดป่วยขึ้นมา ดูอาการแล้วคงไม่แคล้วต้องส่งให้มืออาชีพจัดการ ว่าแต่ว่าคุณจะเลือกไปส่งรักษาตัวที่ไหนดี…ระหว่างศูนย์บริการ อู่ซ่อม หรือศูนย์ซ้อมอิสระ เพื่อให้รถของคุณหายจากอาการป่วย พร้อมกับได้รับความคุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด คนรักรถ รวมรวบข้อมูลมาให้คุณพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ก่อนรถของคุณจะถูกส่งซ่อมไปแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์
รถใหม่ต้องศูนย์บริการ เนื่องจากรถยนต์ป้ายแดงทุกรุ่นจะมีการรับประกันคุณภาพของอุปกรณ์ และความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผลิตในขอบเขตที่เหมาะสม ซึ่งหากยังอยู่ในระยะประกัน แนะนำว่าควรนำรถยนต์เข้ารับบริการดูแลและตรวจสอบสภาพที่ศูนย์บริการเท่านั้น การนำรถยนต์ไปซ่อมนอกศูนย์บริการอาจทำให้การรับประกันทั้งหมดถูกยกเลิก รวมถึงการไม่ยอมนำรถเจ้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสภาพตามเวลาที่กำหนด กรณีที่รถเสียกลางทางสามารถให้ช่างทั่วไปซ่อมแซมเบื้องต้นได้ แต่ห้ามเปลี่ยนอุปกรณ์หลักโดยเด็ดขาด ดังนั้นผู้ใช้รถใหม่และยังอยู่ในระยะประกัน อย่าว่างเว้นปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
ขับขี่ไปสักพักก็ถึงเวลาที่รถหมดระยะประกันคุณภาพ ซึ่งคราวนี้คุณต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะพารถไปซ่อมที่ใด
ศูนย์บริการ-เมื่อนำรถเข้าศูนย์บริการหลังพ้นระยะประกันควรบอกความประสงค์ให้ชัดเจน ถ้ามีอะไหล่ชิ้นไหนเสียให้ช่างแจ้งราคาก่อนลงมือเปลี่ยนทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นคุณอาจลบจับจากราคาอะไหล่ที่ช่างทำการเปลี่ยนให้รถคุณก็เป็น ได้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าศูนย์บริการนั้นเป็นตัวทำกำไรสำคัญของ บริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ การเข้าศูนย์บริการถึงแม้ราคาจะแพงไปหน่อย แต่ก็มีข้อดีอยู่ที่การรับประกันคุณภาพการซ่อมและอะไหล่ที่มั่นใจได้
อู่ซ่อมทั่วไป-อู่ในลักษณะนี้มีหลายระดับ ต้องเริ่มดูกันตั้งแต่ฝีมือของช่าง เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน คุณภาพของอะไหล่การคิดราคาอย่างตรงไปตรงมา การเช็กสภาพรถก่อนเข้าอู่ว่าอยู่ในสภาพไหน เลขไมล์เท่าไหร่ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม เนื่องจากบางอู่อาจมีช่างแอบเอารถลูกค้าไปใช้งานหลังซ่อมเสร็จ ฉะนั้นการจดจำและตรวจสภาพรถอย่างรอบคอบก่อนเข้ารับการซ่อมจากอู่ซ่อมทั่วไป เรื่องที่ผู้ใช้รถควรใส่ใจ เพราะจะได้มีหลักฐานอ้างกับเจ้าของอู่ได้ในกรณีที่มีสิ่งผิดปกติหรือเสียหาย
ศูนย์ซ่อมอิสระ-เน้นการดูแลรักษาและตรวจซ่อมโดยใช้เวลาไม่นานมาก เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง , เปลี่ยนยาง , เปลี่ยผ้าเบรก , ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ฯลฯ ระบุค่าแรงการซ่อมอย่างชัดเจน จุดเด่นคือ ค่าแรงถูกกว่าศูนย์บริการหรือบางแห่งก็ไม่คิดค่าแรง เครื่องมือมีมาตรฐานครบครัน มีอะไหล่ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อพร้อมการรับประกัน เมื่อรู้อย่างนี้ลองตัดสินใจกันดูนะครับ
สภาวะที่น่าจะเอื้อต่อการเปิดกิจการอู่ซ่อมรถ

ปัจจุบันแนวโน้มการขยายตัวที่ดีของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในด้านของการผลิตยานยนต์ และการใช้จ่ายในหมวดของยานยนต์ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการที่ค่ายรถต่างๆได้มีการออกตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆมาแข่งขันกันในตลาด โดยมีการจูงใจผู้ซื้อให้เงื่อนไขการชำระเงินด้วยเงินดาวน์ที่ต่ำลง และอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ทำให้แนวโน้มของปริมาณรถยนต์ในแต่ละปีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสามารถดูได้จากจำนวนรถที่จดทะเบียนเพิ่มทุกปี ซึ่งการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังกล่าวได้ส่งผลทำให้ธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์มีการขยายตัวตามอุตสาหกรรมยานยนต์
สภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวในปัจจุบันเป็นสภาวะที่น่าจะเป็นการเอื้อต่อการเปิดกิจการอู่ซ่อมรถ โดยมีปัจจัยสำคัญคือ การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ทำให้มีแนวโน้มตลาดที่ดีในอนาคต อีกทั้งแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มีการปรับตัวไปในแนวทางที่ดีขึ้น และมีทางเลือกด้านแหล่งเงินทุนอื่นๆเพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของภาครัฐและเอกชน น่าจะเป็นข้อได้เปรียบในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อการก่อตั้งอู่ซ่อมรถ แต่ในขณะเดียวกันจะอาจจะต้องทำการพิจารณาถึงแนวโน้มในอนาคตที่จะทำการเปิดธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ในอนาคต เนื่องจากจะมีการแข่งขันในธุรกิจนี้กันเป็นอย่างมาก
ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้ทั้งศูนย์บริการและอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป คือ ความมั่นใจในคุณภาพและบริการ ซึ่งยังพบว่าความพึงพอใจของผู้ใช้พึงพอใจในอู่ซ่อมรถน้อยกว่าศูนย์บริการอยู่เกือบเท่าตัว ซึ่งผู้ใช้บริการมีความคาดหวังที่จะนำรถเข้าไปใช้บริการ และผลการซ่อมออกมาน่าพอใจโดยต้องการที่จะให้อู่ปรับปรุงในด้านคุณภาพของงานซ่อม ซึงต้องการให้ทางภาครัฐบาลเข้ามาช่วยกำกับดูแลในด้านมาตรฐานการซ่อมและมาตรฐานของราคา การสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์โดยจะมีมุมมองทางด้านการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มุมมองในด้านกระบวนการ ซึ่งเป็นกระบวนการในการปรับการทำงาน หรือกระบวนการส่งเสริมเพื่อให้สนองตอบต่อลูกค้า และมุมมองด้านลูกค้า
อู่ซ่อมรถยนต์จำเป็นจะต้องมีการสร้างมาตรฐานเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า จึงได้ทำการสร้างเกณฑ์มาตรฐานในการตรวจสอบธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ สำหรับใช้ในการตรวจสอบความพร้อมของอู่ซ่อมบำรุงรถยนต์ในการบริการ และสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าในด้านความสบายใจ และความพึงพอใจ และกับอู่ซ่อมบำรุงรถยนต์ที่มั่นใจได้ว่าจะมีลูกค้ากลับมาใช้บริการที่อู่อีกเนื่องจากมีการบริการอย่างประทับใจ